Line 1ID ใช้ 2 เครื่อง android

line ใช้ 2 เครื่อง

Line 1ID ใช้ 2 เครื่อง android

เป์นที่รู้ๆกันอยู่แล้วนะคะว่าแอพlineที่เราใช้ๆกันนั้นไม่สามารถออนไลน์พร้อมกันได้สองเครื่อง และจะแจ้งเตือนว่าขณะนี้มีการใช้งานlineที่เครื่องอื่นนอกจากว่าเราจะใช้บัญชีline ล๊อคอินเข้ากับ PC หรืโน๊ตบุ๊ค วันนี้เราจะลองดูประโยชน์และวิธีในการล๊อคอินพร้อมกันสองเครื่อง

สามารถล๊อคอินพร้อมกันได้หรือไม่

หลายคนสงสัยว่าเราสามารถล๊อคอิน line หลายๆเครื่องได้หรือไม่ ต้องบอกว่าในแอพพิเคชั่นlineไม่อนุญาติให้เราเข้าบัญชีหลายๆเครื่อง เมื่อเราล๊อคอินเข้าบัญชีในอุปกรณ์เครื่องใหม่แอพพิเคชั่นจะทำการล๊อคเอ้าท์ออกจากอุปกรณ์เครื่องเดิม

แต่แอพพิเคชั่นจะอนุญาติหากคุณล๊อคอินกับiphoneคู่กับipad หรือการใช้ Smartphone androidคู่กับ PC หรือโน๊ตบุ๊ค คุณสามารถล๊อคอิน 1id พร้อมกันได้ แต่ไม่สามารถใช้ Smartphone android คู่กับ smartphone android หรือ iphone และไม่สามารถล๊อคอิน Smartphoneกับtablet

ทำไมเราจำเป็นต้องล๊อคอินพร้อมกันสองเครื่อง

หลายคนมักมีปัญหาในกรณีที่มีโทรศัพท์หลายๆเครื่องไม่ว่าจะเป็นการทำงานผ่าน smaetphone และ tablet ในเวลาเดียวกัน หรือในกรณีมี smartphone มากกว่าหนึ่งแน่นอนว่าเราไม่อยากสมัครบัญชี live ไว้หลายๆบัญชี เพราะเราจะต้องจำ password ทุกๆบัญชีหรือ การเพิ่มรายชื่อเพื่อนที่ต้องทำการเพิ่มทุกๆบัญชี

ทำให้ยากลำบากในการทำงาน และหากเรามี line id หลายๆบัญชีอาจสร้างความสับสนให้กับกับเพื่อนๆในบัญชีด้วย   ดังนั้นการสร้างid lineบัญชีเดิมเข้ากับอุปกรณ์อื่นๆ เช่นsmartphone หรือtabletเครื่องอื่นจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจกับเหล่านักโซเชียลที่มีหลายๆไอดี เราลองมาดูว่าเราจะสร้าง id line 1บัญชี หลายๆเครื่อง

วิธีการในการใช้สองเครื่อง

  • เริ่มจากการโหลด line lite apk และติดตั้งลงเครื่อง  โดยเข้าไปแฟ้มดาวน์โหลด เลือกติดตั้ง line lite
  • เมื่อติดตั้งline liteเสร็จแล้ว เปิดแอพพิเคชั่น line lite
  • กด ล๊อคอิน  แอพพิเคชั่นจะถามคำถามว่า “คุณใช้  line บนโทรศัพท์อยู่หรือไม่” เป็นการสอบถามว่าเราได้มีการล๊อคอินline id นี้บนสมมร์ทโฟนหรือแทบแลตเครื่องอื่นอยู่รึป่าว ให้ตอบ “ใช่”
  • หลังจากนั้นแอพพิเคชั่นจะถามต่อว่า “ต้องการใช้บัญชี lineที่ใช้อยู่ขณะนี้บนอุปกรณ์หลายเครื่องหรือไม่” แอพพิเคชั่นต้องการแจ้งเตือนให้ทราบว่า คุณจะล๊อคอิน1id พร้อมกัน ให้เลือก “ใช่ ฉันต้องการใช้บัญชีนี้ ในอุปกรณ์อื่นด้วย”
  • แอพพิเคชั่นจะใฟ้คุณล๊อคอิน ผ่านการใส่อีเมลล์ หรือสามารถล๊อคอินผ่าน คิวอาร์โค๊ดได้
  • เพียงเท่านี้คุณก็สามารถใช้งาน1id 2เครื่องได้แล้วค่ะ

แม้ว่าการใช้งานไอดี2เครื่องจะเพิ่มความสะดวกสบายแต่คุณควรใช้การล๊อตอิน line สำหรับบัศชีของตัวเองไม่เข้าไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต

ความเก้าหน้าของเทคโนโลยีในอนาคต

ถ้าเกิดพวกเรามองย้อนกลับไปในตอน 10 – 20 ปีที่ผ่านมา ความเก้าหน้าของเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังคงทำเป็นเพียงแค่การโทรศัพท์เข้า-ออก หรือการส่งข้อความสำหรับเพื่อการติดต่อกับคนอื่น แต่ในวันนี้ได้เปลี่ยนเป็นสมาร์ทโฟนที่มีความรู้และความเข้าใจอันเหลือหลายและก็มีสมองของเครื่องกลสำหรับในการใช้งานมากขึ้นมาอีกด้วย รวมทั้งจากที่กล่าวมาข้างต้นเป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ แต่ว่าถ้าเอ๋ยถึงในอนาคตล่ะ? เทคโนโลยีจะก้าวไปในแนวทางไหน รวมทั้งจะมีเทคโนโลยีอะไรเข้ามาทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นให้สมาร์ทโฟนอีกบ้าง

เทคโนโลยี Augmented Reality (AR)

เทคโนโลยี Augmented Reality หรือที่พวกเรารู้จักกันในชื่อ AR นั้น เป็น การนำเอาสิ่งแวดล้อมของโลกจริง มาผสมกับวัตถุหรือสิ่งมีชีวิตที่ถูกผลิตในแบบอนิเมชั่น ไม่ว่าจะเป็นภาพ, วิดีโอ, เสียง หรือเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆเพื่อเลียนแบบสิ่งต่างๆได้นั่นเอง โดยในตอนนี้พวกเราก็เริ่มมองเห็นกันค่อนข้างจะเยอะแยะแล้วบนสมาร์ทโฟน อาทิเช่น เกม Pokemon Go ที่เราจำเป็นต้องเคยเดินหาโปเกม่อนตัวโปรดกันมาก่อนอย่างแน่ๆ ฯลฯ ซึ่งในช่วงเวลานี้เทคโนโลยีดังกล่าวก็ได้ถูกประยุกต์ใช้บนสมาร์ทโฟนระดับ High-End จากหลายแบรนด์กันแล้วด้วย

จอแสดงผลลัพธ์ซึ่งสามารถบิดงอได้

ภายหลังที่พวกเราได้มองเห็นสมาร์ทโฟนในขณะนี้ที่มีหน้าจอกว้างมหาศาลในขณะนี้ ซึ่งจำนวนมากจะย้ำไปในเรื่องของความบางของขอบด้านข้างเป็นส่วนมาก แต่ในอนาคตพวกเราจะได้มองเห็นจอสมาร์ทโฟนซึ่งสามารถพับหรืองอได้อย่างสมบูรณ์แบบอย่างแน่ๆ โดยจำต้องขอบคุณเทคโนโลยีจอ OLED ที่จะทำให้สิ่งๆนี้เกิดขึ้นได้

ความเก้าหน้าของเทคโนโลยี

ทั้งนี้ ก็เคยมีข่าวสารออกมาแล้วว่า Apple พัฒนาความเก้าหน้าของเทคโนโลยีโดยเริ่มทดลองการสร้างจอ OLED ซึ่งสามารถพับได้มาแล้ว หรือ Lenovo ที่เป็นแบรนด์ดังของจีน ก็ได้เปิดโชว์แท็บเล็ตแบบพับจอได้ภายในงาน Lenovo Tech World 2017 ด้วยเช่นเดียวกัน

เป็นโปรเจคเตอร์ได้ด้วยตัวเอง

ย้อนกลับไปในปี 2010 Samsung ได้ผลิตสมาร์ทโฟนรุ่น Samsung Galaxy Beam ที่มีความรู้สำหรับเพื่อการฉายภาพเป็นโปรเจคเตอร์กว้าง 50 นิ้ว ความละเอียด WVGA (800 x 480 พิกเซล) แต่ก็ถูกลบเลือนหายไปตามช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม พวกเราก็อาจจะได้เห็นการพัฒนาสิ่งนี้อีกครั้งเพื่อใช้ในการเทศกาลต่างๆตัวอย่างเช่น งานเกม หรืองานแสดงเครื่องไม้เครื่องมือไอที ฯลฯ

เทคโนโลยีในธุรกิจ กับยุคปัจจุบัน

ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่าเดี๋ยวนี้พวกเรามีเทคโนโลยีในธุรกิจที่มาช่วยเหลือพวกเราในชีวิตประจำวัน แล้วก็แน่ๆไม่ว่าคุณจะธุรกิจไหนก็ควรมีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวโยงอย่างแน่แท้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง วันนี้พวกเราเลยมานำเสนอเทคโนโลยี 4 ประเถทที่ถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวันของพวกเรา

เทคโนโลยีกับการใช้ในธุรกิจ

ทุกๆวันนี้ในธุรกิจมีการแข่งกันสูง ด้านเจ้าของกิจการก็อยากลดต้นทุนแต่ยังคงประสิทธิภาพในตัวผลิตภัณฑ์และก็บริการอยู่ การดึงเอาเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจทำให้สามารถประหยัดต้นทุนทางธุรกิจได้ เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนเงินที่ใช้ว่าจ้างบุคลากรและก็การมีความตรงต่อเวลาสูง

การใช้เทคโนโลยีสำหรับเพื่อการติดต่อ

ในสมัยก่อนเมื่อการติดต่อสื่อสารถูกจำกัดเฉพาะการเขียนจดหมาย และก็รอคอยให้ไปรษณีย์ส่งเนื้อความของคุณ แต่ว่าเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีทำให้ข้อมูลการติดต่อสื่อสารเป็นเรื่องที่ไม่ได้ยากเย็น คุณสามารถร่างข้อความธุรกิจและส่งเมล์หรือโทรสารได้ภายในสองวินาทีโดยที่พวกเขาสามารถตอบกลับคุณในทันทีเหมือนกัน ก็เลยทำให้สะดวกสบายแล้วก็ทำให้การเติบโตเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีในธุรกิจ

การใช้เทคโนโลยีในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์

ในระหว่างที่โลกกำลังปรับปรุงผู้คนทำงานมากขึ้นทำให้พวกเขาไม่ค่อยมีเวลา ที่จะหาความสัมพันธ์ ฉะนั้นเทคโนโลยีก็เลยมีส่วนช่วยในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก วันนี้ผู้คนใช้ App โทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อพบปะสนทนาและก็เชื่อมต่อกับเพื่อนเก่าแล้วก็ใหม่ เครือข่ายทางด้านสังคมดังเช่นว่า Facebook.com , Tagged.com อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์เสมือนไม่แข็งแรงเท่าความเกี่ยวเนื่องทางด้านกายภาพ ฉะนั้นฉันก็เลยเสนอแนะให้ท่านสละเวลาและก็เจอผู้ที่ต้องการจะสานสัมพันธ์

การใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาเล่าเรียน

วันนี้เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกการศึกษาเล่าเรียน ด้วยการประดิษฐ์เทคโนโลยีแล้วก็ App บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ซึ่งจะช่วยทำให้ทำความเข้าใจได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น คุณสามารถเข้าถึงห้องหนังสือแบบเต็มรูปแบบผ่านApp บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ผ่าน Smartphone หรือ iPad ได้

ความรู้พื้นฐานของ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ IT

เทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไรเป็นคำถามที่ผู้คนจำนวนมากต้องการส่งคำตอบว่าเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นยังไงความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศนั้นรวมมาจากคำว่าเทคโนโลยีกับสารสนเทศกลายเป็น

เทคโนโลยีสารสนเทศ

เทคโนโลยีสารสนเทศที่สามารถแปลได้ว่า IT เป็นชื่อมาจากภาษาอังกฤษซึ่งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศนั้นสามารถช่วยเหลืองานให้เป็นประโยชน์ได้ในทุกๆด้านไม่ว่าจะเป็นด้านงานเอกชน แล้วก็ภาครัฐแล้วก็ร้านขายของธรรมดาก็ได้มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาเพื่อใช้งานในชีวิตประจำวันซึ่งเนื้อหาของเทคโนโลยีสารสนเทศนั้นหมายถึงอะไรอย่างไรบ้างพวกเราจะมาดูกัน

เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายความว่าอะไร

เทคโนโลยีนั้นหมายถึงว่ามีการปรับใช้นำเอาวิชาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ทั้งยังเรื่องข้อเท็จจริงมาให้คุณประโยชน์ต่อมวลมนุษย์แล้วก็สารสนเทศหมายถึงว่า ข้อมูลต่างๆที่เอามาดำรงชีวิตของคนเราซึ่งมีประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

เทคโนโลยีสารสนเทศหมายถึง การนำเทคโนโลยีรวมทั้งสารสนเทศมารวมกัน รวมเป็น ไอที “Information Technology” ย่อมากจาก IT ซึ่งแปลความของเทคโนโลยี เป็นการผลิตมูลค่าให้กับสารสนเทศให้สามารถใช้งานได้กว้างใหญ่แล้วก็เทคโนโลยีด้านต่างๆในตอนนี้ก็มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยีแบบเก็บ

จัดเก็บ ส่งต่อ ใช้งาน แล้วก็ติดต่อซึ่งข้อมูลของเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีการประยุกต์ใช้นั้นอาทิเช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆที่มีซอฟแวร์เกี่ยวกับกับตัวข้อมูลต่างๆซึ่งบางทีก็อาจจะเป็นข้อมูลพวก ทีวี โทรศัพท์ แฟกซ์ วิทยุ รวมทั้งหนังสือพิมพ์ รวมทั้งบางครั้งอาจจะเป็นอันอื่นๆอีกที่มีทั่วๆไปด้านในชีวิตประจำวัน

ในปัจจุบันนั้นได้กล่าวถึงว่าในยุคปัจจุบันนี้เป็นสมัยที่ IT ซึ่งชาวไทยทุกเพศ ทุกวัยไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่รวมทั้งคนวัยแก่นั้นมีการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศหรือเรียกว่า IT
รวมทั้งได้เปลี่ยนเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่แล้วก็คอมพิวเตอร์ต่างๆซึ่งหากว่าพวกเราใช้ประโยชน์จากมันเราจะได้ความรู้ที่มีเยอะมากข้างในโลกของ IT

ถ้าว่าใน IT นั้นก็มีทั้งด้านดีและก็ด้านไม่ดีหากว่าพวกเรารู้จักแยกแยะในเรื่องบางเรื่องพวกเราจะสามารถใช้ไอทีให้ออกมาอย่างมีคุณภาพสูงที่สุดซึ่ง

ถ้าหากว่ามีผู้เล่นที่อยู่ในวัยเด็กนั้นจำเป็นต้องคอยมีผู้ดูแลรอให้คำปรึกษาต่างๆแก่เด็กเพราะเทคโนโลยีเหล่านี้บางทีก็อาจจะสร้างอันตรายแก่เด็กได้อันเนื่องมาจากข้อมูลที่เป็นข้อบิดเบือนหรือข้อมูลที่มีอยู่ในแบบของคนแก่ซึ่งควรจะอยู่ในการดูแลของผู้ปกครอง แล้วก็สำหรับในวัยคนวัยชรานั้นอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีปัญหาในการรับข่าวสารที่ไม่ถูกทำให้หลงผิดกันไปใหญ่โดยที่ไม่มีการกรองข้อมูล